วันจันทร์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2558

สรุปการศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ (Research and Knowledge Formation)

ชื่อ น.ส.ปิยวรรณ จันทร์รุ่งเรือง เลขที่ 23 ม.5/9
กลุ่มที่ 10
ปัญหา เด็กติดเกมส์
ที่มาและความสำคัญของปัญหา
เกมส์คอมพิวเตอร์มีผลกระทบต่อเด็กในอีกหลายๆด้าน เช่น ปัญหาการเรียน การทำงานสุขภาพ ความสัมพันธ์ในครอบครัว และสังคม และมีปัญหาพฤติกรรมหลายอย่างตามมา เช่น พูดปด ลักขโมย ก้าวร้าว หนีเรียน หนีออกจากบ้าน มีทั้งผลกระทบที่เกิดขึ้นกับทั้งทางร่างกายและทางจิตใจการนั่งเล่นเกมคอมพิวเตอร์นานๆ ทำให้เกิดความเครียด หงุดหงิดโกรธง่าย และก้าวร้าวซึ่งสร้างความลำบากใจให้แก่พ่อแม่ เนื่องจากไม่รู้จะบังคับให้ลูกเลิกเล่นเกมอย่างไร อีกทั้งเด็กบางคนติดเกมจนไม่สนใจเรียน ทำให้ผลการเรียนตกลงเรื่อย ๆ หรือบางคนเล่นจนไม่รู้เวลากินเวลานอน

วัตถุประสงค์
1.เพื่อศึกษาปัญหาต่างๆของผู้ที่ติดเกม
2.เพื่อเรียนรู้วิธีการสร้างภาพยนต์สั้น

ผลการศึกษา
         จากการศึกษาเรื่อง พฤติกรรมเด็กติดเกมส์ ทำให้เราได้ทราบถึง เหตุผลในการเล่นเกมส์ของผู้ที่ติดเกมส์ เช่น ต้องการพักผ่อน ต้องการคลายเครียด ต้องการความสนุกสนาน ซึ่งเราควรแบ่งเวลาในการทำกิจกรรมอื่นๆด้วย ทำให้เราทราบถึงข้อดีและข้อเสียของการเล่นเกมส์ถ้าเราเล่นมากเกินพอดีจะส่งผลเสียต่อการเรียนและร่างกายได้ และยังทำให้ทราบถึงพฤติกรรมต่างๆของผู้ที่ติดเกมส์ ซึ่งในบางคนจะมีพฤติกรรมก้าวร้าว หรือในบางคนก็ไม่พบพฤติกรรมที่รุนแรง 

แนวคิดในการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบด้วยองค์ความรู้จากการค้นพบ
          ต้องเริ่มแก้ไขปัญหาจากครอบครัว ซึ่งพ่อแม่ต้องเข้าใจลูก อย่าโมโห ต้องสร้างสัมพันธภาพที่ดี ให้กับบรรยากาศในครอบครัวก่อน หากเราดุด่าว่ากล่าว และทำโทษลูกมาก ลูกจะกลัวพ่อแม่ และ ทำให้เบื่อ ส่งผลให้เด็กต้องการสร้างความสุขให้ตนเอง เช่น การเล่นเกม เมื่อพบว่า ตนมีความสุขกับการเล่นเกมก็จะเล่นบ่อยมากขึ้นจนถึงขั้นติดเกม ดังนั้น พ่อแม่ควรตักเตือน หรืออาจมีกิจหรรมทำร่วมกัน ทำให้เด็กมีความสุข แล้วก็จะห่างจากการเล่นเกมในที่สุด

สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการเรียนวิชา IS1
    1.ทำให้ทราบปัญหาของผู้ที่ติดเกม
     2.ทำให้ทราบพฤติกรรมต่างๆของผู้ที่ติดเกม
     3.ทราบข้อดี ข้อเสีย ในการเล่นเกม
     4.ทราบวิธีแก้ปัญหาการติดเกม
     5.ได้ศึกษาด้านการสร้างภาพยนตร์สั้น เช่น มุมกล้อง ขั้นตอนการถ่ายทำ ขั้นตอนการเขียนบท
           

วันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2558

อะไรคือเกมส์

      เกมส์ถือเป็นสิ่งบันเทิงสิ่งหนึ่งที่กำลังได้รับความนิยมสูงขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อโลกก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลชนิดหนักหน่วง เกมส์ในโลกของดิจิทัลกลายสภาพเป็นสิ่งทรงเสน่ห์ที่เหล่าเยาวชนทั้งหลายใฝ่ฝันอยากจะได้สัมผัสมัน และเมื่อได้พบเจอก็เกิดอาการสุ่มหลงขึ้นอย่างชนิดถอนตัวได้ยากยิ่งสำหรับเด็กหลายๆคน    ความรุนแรง สิ่งยั่วยุต่าง ๆ ภายในเกมส์ มีผลกระทบให้เด็กก่อพฤติกรรมที่ไม่น่าเชื่อขึ้นมากมาย ดังที่เราได้พบเห็นบ่อยครั้งตามหน้าหนังสือพิมพ์บ่อยครั้ง อย่างไรก็ดีคงต้องยอมรับว่า เกมบางประเภทนั้น อยู่ในข่ายที่ไม่เหมาะสมจริง ไม่ว่าจะในแง่ของโครงสร้างเกม, แนวคิดของเกมส์, วิธีการเล่น หรือ สิ่งต่าง ๆ ที่แสดงอออกมาภายในเกม ทั้งนี้ ปัจจุบันเกมในท้องตลาดส่วนใหญ่เป็นเกมส์แนวสงคราม ที่ต้องมีการรบราฆ่าฟันกัน ซึ่งมีความรุนแรงอยู่ในตัวของมันเอง อย่างที่บอกว่า สงครามไม่มีประโยชน์กับใครทั้งสิ้น แต่เกมส์สงครามกับมีมากมายเกลื่อนตลาด ซึ่งนั่นส่งผลต่อการเล่นของเยาวชนโดยตรงแน่นอน ที่อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดว่า สงครามคือสิ่งที่ดีอีกทั้งเป็นการบ่มเพาะนิสัยใช้ความรุนแรงในการตัดสินปัญหาต่างๆ นอกจากนั้นยังมีเกมส์ที่ออกตามฆ่าคนอย่างทารุณโหดเหี้ยม, การวางระเบิดสถานที่สำคัญต่างๆ, เกมส์ที่ออกหาเหยื่อผู้หญิงเพื่อตามข่มขืน, เกมส์ทรมานคน ที่ออกหาเหยื่อมาจับขังไว้ทำการทรมานจนตาย, เกมส์จีบสาวแล้วหลอกฟันไปเรื่อยๆใครฟันสาวได้มากก็ได้คะแนนมากฯลฯ

ประเภทของเกมส์


      Long term หมายถึงเกมส์ที่มีเนื้อเรื่องยาว หรือมีฉากต่อกันและต้องเล่นให้ผ่านไปฉากต่อไปเรื่อยๆ ตัวอย่างเช่น เกมส์ RPG - FinaFantasy Tales Rockman เกมส์ตะลุยด่าน Mario Rockman DarkCloud




                Casual เกมส์ที่ไม่เน้นว่าจะต้องเล่นตามเนื้อเรื่อง อาจจะมีหรือไม่มีก็ได้ มักจะจบเป็นฉากต่อฉากไม่ต่อกัน หรืออาจจะไม่มีการผ่านฉาก มีแค่ฉากเดียวแต่จะเพิ่มความยากจนถึงระดับที่ผู้เล่นจะแพ้ไปเอง ตัวอย่างเช่น เกมPuzzle - เกมส์เต้น เกมแฟลช Tetris หรือ เกมส์Strategy เกมส์ Fighting เช่น DotA




          Real time เป็นกฎการแบ่งเวลา ให้การเคลื่อนไหวในเกมส์เป็นการเคลื่อนไหวตามเวลาจริง ตัวอย่างที่เห็นชัดคือ เกมส์ Action/Adventure หรือ Fighting ที่เน้นการควบคุมอย่างสมจริง เหมาะกับเกมส์ที่เน้นการตอบสนองหรือการมีทักษะ





           Turn base เป็นกฏการแบ่งเวลา ที่ให้เวลาของเกมส์ไม่อิงกับความเป็นจริง โดยจะมีการหยุดพักให้ผู้เล่นได้คิด เลือก ตัดสินใจทำอะไรในส่วนที่กำหนดไว้ และวางแผนจัดการสิ่งที่ต้องทำ ตัวอย่างเกมส์ประเภทนี้ เช่น เกมส์กระดานอย่างหมากรุกและเกมส์ Tactics หรือเกมส์ RPG อย่างเช่นไฟนอลแฟนตาซี เกมส์ Strategy อย่าง Heroes of Might and Mag

สาเหตุของการติดเกมส์

1. การเลี้ยงดูในครอบครัวมักจะพบเด็กติดเกมส์ได้บ่อย ในครอบครัวที่เลี้ยงเด็กโดยไม่เคยมีวินัยในตนเอง หรือมักจะใจอ่อนไม่ค่อยทำโทษ เมื่อเด็กกระทำผิด บางครอบครัวมีลักษณะที่สมาชิกต่างคนต่างอยู่ ทิ้งให้เด็กเกิดความเหงา ความเบื่อหน่าย เด็กจึงต้องหากิจกรรมอื่น เพื่อทำให้ตนเองสนุก ซึ่งก็หนีไม่พ้นการเล่นเกมส์ พ่อแม่อาจจะไม่มีเวลาดูแล และควบคุมเด็ก หรือมองไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องจำกัดเวลาในการเล่นเกมส์ของเด็ก ในช่วงแรกพ่อแม่อาจจะรู้สึกพอใจที่เด็กเล่นเกมส์เงียบๆ คนเดียวโดยไม่มารบกวน ทำให้ตนมีเวลาส่วนตัวมากขึ้น (พูดง่ายๆ คือ การใช้เกมส์เสมือนเป็นพี่เลี้ยงดูแลเด็กแทนตน)

2. สังคมที่เปลี่ยนแปลง สังคมยุคไฮเทคที่มีเครื่องมือที่มีพลังในการเร้าความตื่นตัวให้เกิดในตัวเด็กอย่างมหาศาล สังคมวัตถุนิยม สังคมที่ขาดแคลนกิจกรรม หรือสถานที่ ที่เด็กใช้ประโยชน์ หรือเรียนรู้โดยได้รับความสนุกสนานเพลิดเพลิน เหล่านี้เป็นสิ่งที่ส่งเสริมให้เด็กหันไปเล่นเกมส์เป็นทางออก

3. ปัจจัยในตัวเด็กเอง เด็กบางกลุ่มมีความเสี่ยงต่อการติดเกมส์มากกว่าเด็กทั่วไป เช่น เด็กที่เป็นโรคสมาธิสั้น (ADHD) เด็กที่มีปัญหาทางอารมณ์ ซึมเศร้า หรือวิตกกังวล เด็กที่ขาดทักษะทางสังคม เข้ากับเพื่อนไม่ได้ เด็กที่มีปัญหาทางการเรียน เด็กที่มีความรู้สึกว่าคุณค่าในตนเองต่ำ แต่ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เด็กติดเกมส์ อยู่ที่กลุ่มเพื่อน เด็กหลายคนจะกลัวการเข้ากลุ่มกับเพื่อนไม่ได้ หากไม่ทันกระแส หากไม่เล่นเกมส์ที่กำลังฮิตกันอยู่ในปัจจุบัน เกมส์ให้ความเพลิดเพลิน มีความท้าทาย และจะเพิ่มความสลับซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ทำให้เด็กต้องเอาชนะ และอยากเล่นอย่างต่อเนื่องเพราะการเล่นจนชนะ

4. เพื่ออนาคตของลูกหลาน เพื่ออนาคตของชาติ แนวทางของพ่อแม่ ควรปกป้องตั้งแต่เด็กยังไม่ติดเกมส์ โดยการฝึกให้รู้กติกา ขอบเขต และทักษะในการควบคุมตนเอง จัดการสิ่งแวดล้อมให้สงบไม่มีสิ่งกระตุ้นเรื่องเกมส์ จัดการเข้าค่ายครอบครัว นำภาพอดีต และสิ่งดีๆ มาเล่าสู่กันฟัง บอกเล่าความในใจ ความรู้สึกที่ดี เพราะการเรียนรู้นอกห้องเรียนเป็นสิ่งสำคัญ ที่จะช่วยเสริมสร้างประสบการณ์เรียนรู้ของเด็กๆ ให้พวกเขาเติบโตขึ้นมามีการพัฒนาการทางร่างกาย สติปัญญา และอารมณ์ที่สมบูรณ์ได้อย่างดี


5. ในปัจจุบันยังมีพ่อแม่บางส่วนที่สับสน และเข้าใจผิดว่าการที่ลูกไม่ได้เล่นเกมส์นั้น เป็นการปิดกั้นความคิดและจินตนาการของเด็ก จริงๆ แล้วเกมส์มีรูปแบบตายตัวทำให้เด็กไม่ต้องใช้ความคิด และการแก้ไขปัญหามีแต่การใช้อารมณ์ และการเอาชนะ พ่อแม่ต้องมั่นใจว่าตนเองมีเหตุผลเพียงพอที่จะโน้มน้าวเด็กให้รู้จักดำเนินชีวิต และเปิดโอกาสให้เขาพบกับโลกที่น่าอยู่มากกว่าการเล่นเกมส์ หรือจัดกิจกรรมที่สร้างสรรค์มาทดแทน สร้างภูมิคุ้มกันที่เข้มแข็งต่อการใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจ อย่างพ่อแม่คู่คิด เพื่ออนาคตของลูกหลานต่อไป

ลักษณะของเด็กติดเกมส์

1.ไม่สามารถควบคุมตัวเองให้เล่นในเวลาที่กำหนด ทำให้ใช้เวลาในการเล่นเกมนานติดต่อกันหลายๆ ชั่วโมง หรือเล่นนานขึ้นเรื่อยๆ จากเดิมไม่กี่ชั่วโมงต่อวัน เพิ่มเป็นหลายชั่วโมงต่อวัน บางคนเล่นข้ามวันข้ามคืน

2.หากถูกบังคับให้เลิกหรือหยุดเล่นจะต่อต้าน หรือมีปฏิกิริยาหงุดหงิดไม่พอใจอย่างรุนแรง บางคนถึงขั้นก้าวร้าว อาละวาด

3.การเล่นของเด็กมีผลกระทบต่อหน้าที่ความรับผิดชอบของเด็ก เช่น เด็กไม่สนใจการเรียน ไม่สนใจที่จะทำการบ้าน หนีเรียนหรือแอบหนีออกจากบ้านเพื่อจะไปเล่นเกม การเรียนตกลงอย่างมาก ละเลยการเข้าสังคม หรือทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัว


4.บางรายอาจมีปัญหาพฤติกรรมอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น โกหก ลักขโมย เพื่อนำเงินไปเล่นเกม ดื้อต่อต้านแยกตัว เก็บตัว ฯลฯ

ข้อดีของการเล่นเกมส์

   ด้านสมอง
- มีการพัฒนาเส้นใยสมอง
- สมองซีกขวาได้รับการพัฒนาตามภาพ ตามจิตนาการของเกม

    ด้านจิตใจ
- เป็นแรงจูงใจ
- เป็นความพยายามที่จะทำให้บรรลุเป้าหมายของการเล่นเกมสามารถนำต้นแบบของการพยายามไปใช้กับการทำงานด้านอื่นได้ เช่น การทำการบ้าน การอ่านหนังสือ และการแสวงหาวิธีการเรียนรู้ได้

     ด้านทักษะ
- มีทักษะในการใช้เมาส์ หรือการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก ซึ่งสามารถจะพัฒนาประสิทธิภาพในการใช้คอมพิวเตอร์ด้านอื่น ๆ ต่อไปได้ เช่น ทักษะการพิมพาตัวอักษร  ทักษะการแสวงหาความรู้จากสื่ออิเล็คทรอนิค ต่าง ๆ ได้ เช่น การใช้สื่อ CAI การหาความรู้ทางอินเตอร์เน็ต  การทำข้อสอบทางสื่ออิเล็คทรอนิค  ซึ่งการแสวงหาความรู้แบบนี้จำเป็นต้องมีการใช้ทักษะการใช้คีร์บอร์ด การใช้เมาส์ เป็นต้น

ข้อเสียของการเล่นเกมส์

       ด้านสมอง
- ความคิด
- ไม่มีเวลาพัฒนาตนเอง เช่น การอ่านหนังสือ การทำการบ้าน

       ด้านร่างกาย
- คลื่นรังสีจากคอมพิวเตอร์ไปรบกวนการทำงานของสมอง ทำให้ไม่มีสมาธิในกาทำงาน และการคิด
- รังสีจากแสงคอมพิวเตอร์ทำลายเยื่อบุตา กระจกตา ทำให้กระจกตาเปื่อย เกิดปวดตาและตาบอดได้
- ขาดการออกกำลังกาย ซึ่งทำให้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ไม่ได้รับการพัฒนาทำให้กล้ามเนื้อลีบได้

       ด้านจิตใจ
- ด้านอารมณ์ อาจมีความคิดการแก้ปัญหาโดยใช้ความรุนแรง หรือชอบความรุนแรง ตามเกมที่เล่นได้
- เห็นมนุษย์เป็นเครื่องจักรกล ไม่มีชีวิตจิตใจ
- ขาดคุณธรรมจริยธรรม